กฎชุมชน (Community Guidelines)
การรายงานเหตุการณ์และการปักหมุดร้านค้า/สถานที่ — แอป “จร”
ผู้ให้บริการ:บริษัท ซีคเกอร์ซอฟต์ จำกัด (SeekerSoftCompany Limited) วันที่มีผลบังคับใช้:13 กันยายน 2569 (2026)
แอป “จร” เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้งานช่วยกันแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางเหตุการณ์บนท้องถนน ร้านค้า สถานที่ และจุดสนใจต่าง ๆ บนแผนที่ข้อมูลจำนวนหนึ่งในแอปเกิดจากผู้ใช้งาน ดังนั้นความถูกต้อง ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของข้อมูลจึงขึ้นอยู่กับความร่วมมือของชุมชนผู้ใช้งาน
กฎชุมชนฉบับนี้กำหนดสิ่งที่สามารถรายงานหรือเผยแพร่ได้ สิ่งที่ห้ามทำ ตลอดจนวิธีการตรวจสอบ รายงาน และจัดการกับเนื้อหาหรือบัญชีที่ฝ่าฝืนกฎ
1. หลักการของชุมชน “จร”
ผู้ใช้งานทุกคนควรยึดหลักสำคัญ 5 ประการ
1. รายงานตามความจริง
รายงานเฉพาะสิ่งที่พบเห็นหรือมีเหตุอันสมควรเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง
2. ปักหมุดให้ถูกตำแหน่ง
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ ร้านค้า หรือสถานที่ ควรระบุตำแหน่งให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
3. ช่วยกันตรวจสอบ
หากพบข้อมูลถูกต้อง สามารถช่วยยืนยัน หากพบข้อมูลผิด ให้ใช้ระบบ “รายงานผิด”
4. เคารพสิทธิของผู้อื่น
ไม่ใช้รูป ข้อมูลส่วนบุคคล หรือเนื้อหาของบุคคลอื่นในลักษณะที่ผิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิ
5. ความปลอดภัยต้องมาก่อน
ห้ามเสี่ยงอุบัติเหตุเพียงเพื่อรายงานเหตุการณ์ ถ่ายภาพ หรือปักหมุด
2. กฎสำหรับการรายงานเหตุการณ์จราจร
ผู้ใช้งานสามารถรายงานเหตุการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ถนน เช่น
2.1 อุบัติเหตุ
สามารถรายงานอุบัติเหตุที่พบเห็น เช่น รถชน รถพลิกคว่ำ หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง
ควรปักตำแหน่งให้ใกล้กับจุดเกิดเหตุจริง และไม่ควรถ่ายภาพในลักษณะที่สร้างความเสี่ยงต่อตนเองหรือบุคคลอื่น
2.2 จุดตรวจหรือด่าน
สามารถรายงานข้อมูลเกี่ยวกับจุดตรวจหรือด่านเพื่อให้ผู้ใช้ถนนรับรู้สภาพแวดล้อมบนเส้นทางและเพิ่มความระมัดระวัง
ห้ามใช้ระบบเพื่อช่วยเหลือ สนับสนุน หรือประสานงานเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม การบังคับใช้กฎหมาย หรือการกระทำผิดกฎหมาย
ผู้ใช้ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่งของเจ้าหน้าที่เสมอ
2.3 รถติด
สามารถรายงานบริเวณที่มีการจราจรติดขัดหรือเคลื่อนตัวช้าผิดปกติ
2.4 รถเสีย
สามารถรายงานรถเสียหรือยานพาหนะที่กีดขวางหรืออาจกระทบต่อการจราจร
2.5 น้ำท่วม
สามารถรายงานบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหรือน้ำท่วมที่อาจส่งผลต่อการเดินทาง
2.6 การก่อสร้าง
สามารถรายงานพื้นที่ก่อสร้าง ซ่อมถนน หรือกิจกรรมที่ทำให้ช่องทางจราจรลดลงหรือเปลี่ยนแปลง
2.7 ปิดถนน
สามารถรายงานถนนหรือช่องทางที่ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ
2.8 กล้องตรวจจับความเร็ว
สามารถรายงานตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกล้องตรวจจับความเร็วหรือระบบบังคับใช้กฎจราจร เพื่อช่วยให้ผู้ใช้รับรู้และปฏิบัติตามข้อจำกัดความเร็วและกฎหมายจราจรข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการขับรถเกินความเร็วหรือการหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย
3. รายงานเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ห้ามผู้ใช้งาน
- สร้างเหตุการณ์ปลอม
- รายงานเหตุการณ์ที่ทราบว่าไม่มีอยู่จริง
- จงใจระบุตำแหน่งผิด
- นำเหตุการณ์เก่ามารายงานเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน
- สร้างหลายรายงานสำหรับเหตุการณ์เดียวกันเพื่อ Spam
- รายงานเพื่อสร้างความสับสน
- รายงานเพื่อกลั่นแกล้งบุคคล ร้านค้า หรือสถานที่
- ใช้บัญชีหลายบัญชีเพื่อทำให้เหตุการณ์ปลอมดูเหมือนมีผู้ยืนยันจำนวนมาก
หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับรายละเอียด สามารถรายงานเฉพาะข้อมูลที่ทราบ และไม่ควรคาดเดาหรือแต่งข้อมูลเพิ่มเติม
4. การยืนยันเหตุการณ์
ผู้ใช้งานอาจช่วยตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้รายอื่นผ่านตัวเลือก เช่น “ยังอยู่”
ใช้เมื่อพบหรือมีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นยังคงเกิดขึ้น “จบแล้ว”
ใช้เมื่อเหตุการณ์สิ้นสุดหรือไม่ส่งผลต่อการเดินทางแล้ว
“รายงานผิด”
ใช้เมื่อพบว่า
- ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว
- ปักผิดตำแหน่ง
- ประเภทเหตุการณ์ผิด
- ข้อมูลหลอกลวง
- มีเนื้อหาที่ฝ่าฝืนกฎ
ห้ามกด “รายงานผิด” เพียงเพราะไม่ชอบผู้รายงานหรือมีความขัดแย้งส่วนตัว
5. อายุของเหตุการณ์
เหตุการณ์จราจรเป็นข้อมูลที่มีอายุจำกัด
บริษัทอาจใช้
- เวลาที่รายงาน
- การยืนยันจากผู้ใช้
- การแจ้ง “จบแล้ว”
- การแจ้ง “รายงานผิด”
- ข้อมูลระบบ
- หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเปลี่ยนสถานะ ลดการมองเห็น หรือถอดเหตุการณ์ออกจากแผนที่การที่เหตุการณ์หายไปจากแผนที่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทรับรองว่าเหตุการณ์นั้นสิ้นสุดแล้วเสมอไป
6. กฎสำหรับร้านค้าและสถานที่
ผู้ใช้งานสามารถช่วยเพิ่มร้านค้า สถานที่ และ Point of Interest (POI) ที่มีอยู่จริง เช่น
- ร้านสะดวกซื้อ
- ปั๊มน้ำมัน
- ร้านอาหาร
- ร้านขายยา
- โรงพยาบาล
- คลินิก
- ธนาคาร
- ATM
- ห้างสรรพสินค้า
- ศูนย์บริการรถยนต์
- ร้านซ่อมรถ
- ฟิตเนส
- สถานที่บริการ
- ร้านค้าทั่วไป
- สถานที่สาธารณะ
- หรือสถานที่ประเภทอื่นที่ระบบรองรับ
7. ร้านค้าหรือสถานที่ต้องมีอยู่จริง
ก่อนปักหมุด ผู้ใช้งานควรตรวจสอบว่า
- สถานที่มีอยู่จริง
- ตำแหน่งถูกต้อง
- เลือกหมวดหมู่ถูกต้อง
- ชื่อร้านหรือสถานที่ถูกต้องเท่าที่ตรวจสอบได้
- รูปภาพตรงกับสถานที่
- ข้อมูลที่กรอกไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
ห้ามสร้างร้านหรือสถานที่ขึ้นมาเองโดยไม่มีอยู่จริง
8. ร้านแบรนด์และร้านค้าทั่วไป
แอปอาจแบ่งการเพิ่มสถานที่เป็นสองประเภท
ร้านหรือสถานที่ที่มีแบรนด์
เช่น ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน ธนาคาร ร้านอาหาร หรือธุรกิจเครือข่ายผู้ใช้งานควรเลือกแบรนด์ที่ตรงกับสถานที่จริง
การแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของแบรนด์เพื่อระบุสถานที่ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ดังกล่าวเป็นเจ้าของ สนับสนุน หรือเป็นพันธมิตรกับแอป “จร” เว้นแต่มีการระบุอย่างชัดแจ้งร้านค้าหรือสถานที่ทั่วไป
ผู้ใช้งานอาจเพิ่มข้อมูล เช่น
- ชื่อภาษาไทย
- ชื่อภาษาอังกฤษ
- หมวดหมู่
- ตำแหน่ง
- รูปภาพ
- หมายเลขโทรศัพท์ของธุรกิจ
- รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลต้องเกี่ยวข้องกับสถานที่นั้นและไม่ควรมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น
9. ห้ามปักหมุดร้านหรือสถานที่ปลอม
ห้าม
- สร้างร้านปลอม
- สร้างสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง
- ย้ายตำแหน่งร้านของผู้อื่นโดยเจตนา
- เปลี่ยนชื่อร้านเพื่อกลั่นแกล้ง
- เปลี่ยนเบอร์โทรเป็นเบอร์ของตนเองหรือบุคคลอื่น
- แอบอ้างเป็นเจ้าของร้าน
- สร้างร้านซ้ำจำนวนมาก
- ใส่รายละเอียดหลอกลวง
- ใช้ชื่อธุรกิจอื่นเพื่อดึงลูกค้า
- ปักหมุดเพื่อโฆษณา Spam
- สร้างข้อมูลเพื่อทำลายชื่อเสียงคู่แข่ง
10. การยืนยันร้านค้าและสถานที่
สถานที่ใหม่อาจเริ่มต้นด้วยสถานะ“ยังไม่ยืนยัน”
ผู้ใช้งานที่อยู่ใกล้หรือสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อาจช่วยเลือก
“ยืนยัน”— สถานที่มีอยู่จริงและข้อมูลหลักถูกต้อง
“รายงานผิด”— ไม่มีสถานที่ดังกล่าว ตำแหน่งผิด ข้อมูลผิด ปิดกิจการ หรือมีปัญหาอื่นบริษัทอาจกำหนดจำนวนหรือคุณภาพของการยืนยันที่จำเป็นก่อนเปลี่ยนสถานะเป็นสถานที่ที่ได้รับการยืนยันหรือสถานะอื่น
บริษัทไม่รับรองว่าการได้รับจำนวนการยืนยันถึงเกณฑ์หมายความว่าข้อมูลทุกส่วนของสถานที่ถูกต้อง 100%
11. ห้ามบิดเบือนระบบยืนยัน
ห้ามผู้ใช้งาน
- สร้างหลายบัญชีเพื่อยืนยันร้านของตนเอง
- จ้างหรือให้ผลประโยชน์เพื่อสร้างการยืนยันปลอม
- รวมกลุ่มกด “รายงานผิด” เพื่อโจมตีร้านค้า
- ใช้ Bot หรือระบบอัตโนมัติเพื่อยืนยัน
- ซื้อขายบัญชีเพื่อเพิ่มจำนวนการยืนยัน
- พยายามหลีกเลี่ยงมาตรการตรวจจับของระบบ
บริษัทอาจยกเลิกการยืนยันที่ผิดปกติและดำเนินการกับบัญชีที่เกี่ยวข้อง
12. ร้านปิด ย้าย หรือข้อมูลเปลี่ยน
หากพบว่าร้าน
- ปิดกิจการ
- ย้ายสถานที่
- เปลี่ยนชื่อ
- เปลี่ยนหมวดหมู่
- หรือข้อมูลสำคัญเปลี่ยนแปลง
ผู้ใช้งานควรใช้ฟังก์ชันแก้ไขหรือรายงานข้อมูลตามที่แอปจัดให้ไม่ควรสร้างร้านใหม่ซ้ำหากสามารถแก้ไขรายการเดิมได้
13. กฎเกี่ยวกับรูปภาพ
รูปภาพควรเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ ร้านค้า หรือสถานที่ที่กำลังรายงานสามารถใช้ได้ เช่น
- ภาพสภาพถนน
- ภาพอุบัติเหตุในลักษณะที่เหมาะสม
- ภาพน้ำท่วม
- ภาพการก่อสร้าง
- ภาพหน้าร้าน
- ภาพป้ายร้าน
- ภาพสถานที่
ห้ามอัปโหลด
- ภาพลามกหรือเนื้อหาทางเพศที่ไม่เหมาะสม
- ภาพความรุนแรงร้ายแรงที่ไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของบริการ
- ภาพศพหรือภาพบาดแผลรุนแรงที่ไม่เหมาะสม
- ภาพที่ใช้เพื่อข่มขู่หรือกลั่นแกล้ง
- ภาพส่วนตัวของบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
- เอกสารส่วนบุคคล
- หมายเลขบัตรประชาชน
- ข้อมูลทางการเงิน
- ภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของบุคคลอื่น
- ภาพโฆษณาหรือ Spam ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่
บริษัทอาจซ่อนหรือลบรูปภาพที่ไม่เหมาะสม
14. ความเป็นส่วนตัวของบุคคลในภาพ
บริษัท ซีคเกอร์ซอฟต์ จำกัด ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสิทธิของผู้ใช้งานรวมถึงบุคคลที่อาจปรากฏอยู่ในภาพที่ถูกถ่ายหรืออัปโหลดผ่านแอป การเปิดให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนน เหตุการณ์ การจราจร และสิ่งที่อาจส่งผลต่อการเดินทางมีความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานรายอื่นมากขึ้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ภาพในการติดตาม ระบุตัวตน ประจาน หรือสร้างความเสียหายแก่บุคคลใดดังนั้น ผู้ใช้งานทุกคนที่ใช้ฟังก์ชันกล้องหรืออัปโหลดภาพผ่านแอปจะต้องปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
14.1. การถ่ายภาพควรมุ่งเน้นที่เหตุการณ์และสภาพแวดล้อม
ผู้ใช้งานควรถ่ายภาพเพื่อให้เห็นเหตุการณ์ สภาพถนน ป้ายจราจร สิ่งกีดขวาง กรวยจราจร รถที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ หรือสภาพแวดล้อมโดยรวม ภาพควรช่วยให้ผู้ใช้งานรายอื่นเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นและมีผลต่อการเดินทางอย่างไร
ตัวอย่างเช่น หากมีจุดตรวจหรือด่าน ผู้ใช้งานควรถ่ายภาพบริเวณจุดตรวจ ถนน กรวยจราจร แผงกั้น หรือสภาพการจราจรโดยรวม มากกว่าการเดินเข้าไปถ่ายใบหน้าของเจ้าหน้าที่โดยตรง
14.2. หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพใบหน้าของบุคคลโดยไม่จำเป็น
แอปมีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานเหตุการณ์ ไม่ใช่เพื่อรายงานตัวบุคคล ผู้ใช้งานจึงควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการซูมใบหน้า หรือการจงใจถ่ายบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นหลักของภาพ
ในกรณีที่มีบุคคลติดอยู่ในภาพโดยบังเอิญ ผู้ใช้งานควรเลือกมุมถ่ายหรือระยะที่เหมาะสมเพื่อให้บุคคลดังกล่าวไม่เป็นจุดสนใจหลักของภาพ
14.3. ห้ามใช้การถ่ายภาพเพื่อติดตามหรือมุ่งเป้าบุคคล
ผู้ใช้งานต้องไม่ใช้แอปเพื่อเฝ้าติดตาม บันทึกพฤติกรรม หรือติดตามตำแหน่งของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ ผู้ขับขี่ หรือบุคคลอื่นข้อมูลที่เผยแพร่ควรเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และสภาพการจราจรเท่าที่จำเป็น ไม่ควรเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของการรายงาน
14.4. การถ่ายภาพเจ้าหน้าที่หรือตำรวจ
หากต้องการรายงานว่าบริเวณดังกล่าวมีด่านหรือจุดตรวจ ผู้ใช้งานควรถ่ายภาพพื้นที่โดยรวมเช่น ถนน กรวย แผงกั้น รถเจ้าหน้าที่ หรือจุดตรวจจากระยะที่เหมาะสมไม่ควรจงใจซูมหรือถ่ายใบหน้าของตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เป็นรายบุคคล หากการเห็นใบหน้าของบุคคลนั้นไม่ได้มีความจำเป็นต่อการรายงานสภาพการจราจร
14.5. การถ่ายภาพอุบัติเหตุ
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ผู้ใช้งานควรถ่ายภาพในลักษณะที่แสดงให้เห็นตำแหน่งของเหตุการณ์ รถที่เกี่ยวข้อง ช่องทางที่ถูกกีดขวาง และผลกระทบต่อการจราจร
ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ภาพเลือด บาดแผล ศพ หรือภาพอื่นที่อาจกระทบต่อศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัวของผู้ประสบเหตุ
การรายงานเหตุการณ์มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผู้ใช้รายอื่นหลีกเลี่ยงพื้นที่หรือวางแผนการเดินทางไม่ใช่เพื่อเผยแพร่ภาพที่สร้างความสะเทือนใจ
14.6. การถ่ายภาพเด็กและบุคคลที่มีความเปราะบาง
ผู้ใช้งานควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากมีเด็ก ผู้เยาว์ ผู้บาดเจ็บ หรือบุคคลที่อยู่ในภาวะเปราะบางปรากฏอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ
ไม่ควรถ่ายภาพบุคคลเหล่านี้ในลักษณะที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน เว้นแต่มีเหตุผลที่จำเป็นและเหมาะสมอย่างยิ่ง
14.7. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในภาพ
ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงการถ่ายหรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น เช่น เอกสารประจำตัวหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ เอกสารภายในรถ หรือข้อมูลอื่นที่สามารถเชื่อมโยงไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้
สำหรับทะเบียนรถ หากหมายเลขทะเบียนไม่ได้มีความจำเป็นต่อการอธิบายเหตุการณ์ ผู้ใช้งานควรเลือกมุมถ่ายหรือระยะที่ไม่เน้นหมายเลขทะเบียนอย่างชัดเจน
14.8. ห้ามใช้ภาพเพื่อประจาน กล่าวหา หรือทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
ผู้ใช้งานต้องไม่ใช้ภาพร่วมกับข้อความในลักษณะที่เป็นการประจาน ดูหมิ่น ข่มขู่ กล่าวหา หรือทำให้บุคคลใดได้รับความเสียหาย
การรายงานควรใช้ภาษาที่เป็นกลางและเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ เช่น “มีอุบัติเหตุบริเวณช่องทางซ้าย” หรือ “มีจุดตรวจบริเวณก่อนถึงแยก” โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงตัวบุคคล
14.9. ภาพควรเป็นภาพจากเหตุการณ์จริงและเป็นปัจจุบัน
ภาพที่ใช้ประกอบการรายงานควรเป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริง ณ บริเวณและช่วงเวลาที่รายงาน
ไม่ควรนำภาพเก่า ภาพจากเหตุการณ์อื่น ภาพจากเว็บไซต์ ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ หรือภาพของบุคคลอื่นมาใช้ในลักษณะที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
14.10. ความปลอดภัยของผู้ถ่ายภาพต้องมาก่อน
ผู้ใช้งานไม่ควรถ่ายภาพในขณะที่กำลังขับรถหรืออยู่ในสถานการณ์ที่การใช้โทรศัพท์อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานเองหรือบุคคลอื่น
หากต้องการถ่ายภาพ ผู้ใช้งานควรหยุดรถหรืออยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยก่อนใช้งานกล้อง
14.11. การตรวจสอบและจัดการภาพที่ไม่เหมาะสม
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบ ซ่อน ลบ หรือจำกัดการเผยแพร่ภาพที่อาจละเมิดแนวทางนี้รวมถึงภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ภาพที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ภาพที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือภาพที่อาจสร้างความเสียหายแก่บุคคลอื่น
ในกรณีที่ผู้ใช้งานฝ่าฝืนซ้ำหรือมีพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานรายอื่น บริษัทอาจจำกัดระงับ หรือยุติสิทธิ์ในการใช้บางฟังก์ชันหรือบัญชีผู้ใช้งานตามความเหมาะสม
14.12. หลักสำคัญก่อนกดถ่ายภาพ
ก่อนถ่ายภาพ ผู้ใช้งานควรพิจารณาว่า ภาพดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการอธิบายเหตุการณ์หรือไม่ มีบุคคลใดปรากฏในภาพโดยไม่จำเป็นหรือไม่ และสามารถเลือกมุมอื่นที่ยังอธิบายเหตุการณ์ได้โดยกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นน้อยกว่าหรือไม่
หลักการสำคัญของแอปคือ การถ่ายภาพเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “เหตุการณ์” ไม่ใช่เพื่อมุ่งถ่าย “ บุคคล”
ข้อความแนะนำก่อนเปิดกล้อง
บริษัทให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของทุกคน กรุณาถ่ายภาพโดยเน้นเหตุการณ์ สภาพถนน ป้าย หรือสิ่งกีดขวาง และหลีกเลี่ยงการจงใจถ่ายใบหน้า ผู้บาดเจ็บ เด็ก หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น
เมื่อใช้ฟังก์ชันกล้อง ผู้ใช้งานถือว่าได้รับทราบและตกลงที่จะปฏิบัติตามแนวทางการถ่ายภาพของแอป เพื่อช่วยให้ข้อมูลที่เผยแพร่มีประโยชน์ ปลอดภัย และเคารพสิทธิของทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เหตุการณ์
15. ห้ามเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
ห้ามเผยแพร่เนื้อหาที่
- ผิดกฎหมาย
- หลอกลวง
- คุกคาม
- กลั่นแกล้ง
- หมิ่นประมาท
- ลามกอนาจาร
- ส่งเสริมความรุนแรง
- ส่งเสริมการกระทำผิดกฎหมาย
- เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิ
- ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
- มี Malware หรือ Code ที่เป็นอันตราย
- หรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของแอป
16. Spam และการใช้งานระบบในทางที่ผิด
ห้าม
- ส่งข้อมูลเดิมซ้ำจำนวนมาก
- สร้างเหตุการณ์จำนวนมากโดยไม่มีเหตุจริง
- สร้างร้านซ้ำ
- โฆษณาสินค้าหรือบริการในพื้นที่ที่ไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการโฆษณา
- ส่งข้อความหรือข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ใช้ Bot, Script หรือ Automation โดยไม่ได้รับอนุญาต
- พยายามเพิ่มยอดยืนยันโดยวิธีที่ไม่เป็นธรรม
- พยายามสร้างความเสียหายต่อคุณภาพของข้อมูล
17. ความปลอดภัยขณะรายงาน
ห้ามเสี่ยงอุบัติเหตุเพื่อรายงานข้อมูล
ผู้ขับขี่ต้องไม่ถ่ายภาพ พิมพ์ข้อความ หรือใช้งานฟังก์ชันที่ต้องใช้ความสนใจกับหน้าจอในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยหรือขัดต่อกฎหมาย
หากต้องการถ่ายภาพหรือกรอกรายละเอียด ควรหยุดรถในสถานที่ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายก่อน
แอปอาจปิดหรือจำกัดกล้องหรือฟังก์ชันบางประเภทเมื่อระบบตรวจพบการเคลื่อนที่หรือความเร็วสูง
ผู้ใช้งานต้องไม่พยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยดังกล่าว
18. การรายงานเนื้อหาที่มีปัญหา
ผู้ใช้งานสามารถรายงาน
- เหตุการณ์เท็จ
- ร้านปลอม
- ตำแหน่งผิด
- รูปไม่เหมาะสม
- ข้อมูลหลอกลวง
- Spam
- เนื้อหาผิดกฎหมาย
- การละเมิดสิทธิ
- หรือพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎชุมชน
ผ่านฟังก์ชัน Report / “รายงานผิด” หรือช่องทางที่บริษัทกำหนดเมื่อได้รับรายงาน บริษัทอาจตรวจสอบข้อมูล เช่น เนื้อหา ตำแหน่ง เวลา ประวัติการแก้ไขจำนวนการยืนยัน ประวัติของบัญชี และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
19. การจัดการเนื้อหาที่ถูกรายงาน
หลังการตรวจสอบ บริษัทอาจ
- ไม่ดำเนินการ หากไม่พบการฝ่าฝืน
- แก้ไขสถานะ
- ลดการมองเห็น
- ซ่อนข้อมูลชั่วคราว
- ลบรูปภาพ
- ลบรายงาน
- ลบหรือรวมร้านที่ซ้ำ
- แก้ไขหรือถอดข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
- จำกัดความสามารถของบัญชี
- เตือนผู้ใช้งาน
- ระงับบัญชี
- หรือยกเลิกบัญชี
บริษัทอาจดำเนินการทันทีในกรณีที่เนื้อหาสร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อความปลอดภัย ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน หรืออาจสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ
20. การบล็อกผู้ใช้งาน
ในส่วนของแอปที่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งาน บริษัทอาจจัดให้มีฟังก์ชัน“บล็อกผู้ใช้งาน” (Block User)เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจำกัดการปฏิสัมพันธ์กับบัญชีที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมรบกวน คุกคาม หรือฝ่าฝืนกฎของชุมชน
20.1 กรณีที่สามารถใช้การบล็อก
ผู้ใช้งานอาจบล็อกบัญชีอื่นเมื่อพบพฤติกรรม เช่น
- คุกคามหรือกลั่นแกล้ง
- ส่ง Spam
- ส่งเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
- รายงานข้อมูลเท็จซ้ำ ๆ
- ปักหมุดร้านค้าหรือสถานที่ปลอม
- พยายามรบกวนผู้ใช้งาน
- แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น
- หรือมีพฤติกรรมอื่นที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับบัญชีนั้น
ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องติดต่อกับบัญชีดังกล่าวก่อนจึงจะสามารถใช้ฟังก์ชันบล็อกได้ หากระบบรองรับการบล็อกในส่วนนั้นของบริการ
20.2 ผลของการบล็อก
เมื่อผู้ใช้งานบล็อกบัญชีอื่น ระบบอาจจำกัดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบัญชีทั้งสองตามลักษณะของฟังก์ชันที่มีอยู่ในแอป เช่น
- ไม่ให้บัญชีที่ถูกบล็อกติดต่อหรือโต้ตอบโดยตรงกับผู้บล็อก
- ซ่อนหรือลดการแสดงเนื้อหาบางประเภทจากบัญชีที่ถูกบล็อก
- ป้องกันการแจ้งเตือนที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์โดยตรงจากบัญชีดังกล่าว
- จำกัดการปฏิสัมพันธ์อื่นตามที่ระบบรองรับ
อย่างไรก็ตาม การบล็อกบัญชีหนึ่งไม่ได้หมายความว่าข้อมูลสาธารณะทุกประเภทที่บัญชีนั้นเคยสร้างจะถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น รายงานอุบัติเหตุ รถติด น้ำท่วม หรือข้อมูลสถานที่ที่ได้รับการตรวจสอบแล้วและยังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานส่วนรวม อาจยังคงปรากฏบนแผนที่ได้ตามความเหมาะสมบริษัทอาจออกแบบผลของการบล็อกให้แตกต่างกันตามประเภทของฟังก์ชัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานและประโยชน์ของข้อมูลสาธารณะ
20.3 Block และ Report เป็นคนละระบบ
การบล็อก (Block)มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจำกัดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานการรายงาน (Report)มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งบริษัทให้ตรวจสอบเนื้อหา บัญชี หรือพฤติกรรมที่อาจฝ่าฝืนกฎ
หากผู้ใช้งานพบเนื้อหาหรือพฤติกรรมที่อาจผิดกฎหมาย เป็นอันตราย หลอกลวง คุกคาม หรือฝ่าฝืน Community Guidelines ผู้ใช้งานควรใช้ฟังก์ชันReport / รายงานเพิ่มเติมจากการบล็อก เพื่อให้บริษัทสามารถตรวจสอบและดำเนินการกับบัญชีหรือเนื้อหานั้นได้
20.4 ผู้ถูกบล็อกจะไม่ได้รับข้อมูลที่ไม่จำเป็น
เพื่อช่วยคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและลดความเสี่ยงต่อการคุกคาม บริษัทอาจไม่แจ้งรายละเอียดที่ไม่จำเป็นแก่บัญชีที่ถูกบล็อก เช่น ตัวตนของผู้ที่กดบล็อก เว้นแต่จำเป็นตามลักษณะของบริการหรือกฎหมายกำหนด
20.5 การหลีกเลี่ยงการบล็อก
ห้ามผู้ใช้งานพยายามหลีกเลี่ยงการถูกบล็อก เช่น
- สร้างบัญชีใหม่เพื่อกลับไปติดต่อหรือคุกคามผู้ที่บล็อกตน
- ใช้บัญชีของบุคคลอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการบล็อก
- ใช้หลายบัญชีเพื่อก่อกวนผู้ใช้งาน
- พยายามค้นหาหรือเข้าถึงข้อมูลของผู้บล็อกโดยวิธีที่ไม่ได้รับอนุญาต
- ใช้ระบบรายงานหรือระบบปักหมุดเพื่อกลั่นแกล้งผู้ที่บล็อกตน
พฤติกรรมดังกล่าวอาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิ์ ระงับ หรือยกเลิกบัญชีที่เกี่ยวข้อง
20.6 การบล็อกโดยผู้ใช้กับการระงับโดยบริษัท
การที่ผู้ใช้งานบล็อกบัญชีอื่นไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้ตัดสินว่าบัญชีนั้นกระทำผิดในทางกลับกัน บริษัทสามารถจำกัด ระงับ หรือยกเลิกบัญชีได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ที่บล็อกบัญชีนั้น หากบริษัทตรวจพบหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าบัญชีนั้นฝ่าฝืน Terms of Use, Community Guidelines, กฎหมาย หรือสร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานหรือระบบ
20.7 การตรวจสอบบัญชีที่ถูกรายงานจำนวนมาก
หากบัญชีหนึ่งได้รับการ Report หรือมีสัญญาณความผิดปกติจำนวนมาก บริษัทอาจนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เป็นเหตุให้ตรวจสอบเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่จำเป็นต้องลงโทษบัญชีโดยอัตโนมัติเพียงเพราะได้รับ Report หรือ Block จำนวนมาก เนื่องจากระบบดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อกลั่นแกล้งหรือโจมตีผู้ใช้งานรายอื่นได้บริษัทอาจพิจารณาเนื้อหา พฤติกรรม ประวัติการใช้งาน หลักฐาน ความน่าเชื่อถือของรายงานและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
20.8 การปลดบล็อก
หากระบบรองรับ ผู้ใช้งานสามารถยกเลิกการบล็อกบัญชีที่เคยบล็อกได้จากส่วนการตั้งค่าหรือเมนูที่บริษัทกำหนด
การปลดบล็อกจะทำให้ข้อจำกัดที่เกิดจากการบล็อกสิ้นสุดลงตามฟังก์ชันที่ระบบรองรับ แต่ไม่ทำให้การดำเนินการที่บริษัทได้กระทำกับบัญชีดังกล่าว เช่น การระงับบัญชีหรือการลบเนื้อหา ถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
21. การเตือน จำกัดสิทธิ์ ระงับ และยกเลิกบัญชี
การฝ่าฝืน Community Guidelines อาจทำให้บริษัทดำเนินมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งตามความร้ายแรงและประวัติการใช้งาน เช่น
ระดับ 1 — เตือน
สำหรับการกระทำที่ไม่ร้ายแรงหรือเกิดขึ้นครั้งแรก บริษัทอาจแจ้งเตือนและนำเนื้อหาที่มีปัญหาออก
ระดับ 2 — จำกัดสิทธิ์
บริษัทอาจระงับความสามารถในการรายงานเหตุการณ์ ปักหมุด อัปโหลดรูป ยืนยันสถานที่ หรือใช้ฟังก์ชันบางประเภทเป็นการชั่วคราว
ระดับ 3 — ระงับบัญชีชั่วคราว
สำหรับการฝ่าฝืนซ้ำหรือการกระทำที่มีความร้ายแรงมากขึ้น บริษัทอาจระงับการใช้งานบัญชีชั่วคราว
ระดับ 4 — ยกเลิกบัญชี
บริษัทอาจยกเลิกบัญชีในกรณีที่มีการฝ่าฝืนอย่างร้ายแรงหรือซ้ำหลายครั้ง เช่น การสร้างข้อมูลเท็จจำนวนมาก การคุกคาม การใช้ Bot การหลีกเลี่ยงการแบน หรือการใช้แอปเพื่อสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย
บริษัทไม่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการตามลำดับดังกล่าวทุกกรณี หากการกระทำมีความร้ายแรงบริษัทอาจจำกัด ระงับ หรือยกเลิกบัญชีได้ทันทีตามความเหมาะสม
22. การสร้างบัญชีใหม่หลังถูกระงับหรือยกเลิก
หากบัญชีถูกระงับหรือยกเลิกเนื่องจากฝ่าฝืนกฎ ผู้ใช้งานต้องไม่สร้างหรือใช้บัญชีอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการดังกล่าว
บริษัทอาจใช้ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเพื่อช่วยตรวจสอบและป้องกันการหลีกเลี่ยงการระงับบัญชี
หากตรวจพบการหลีกเลี่ยง บริษัทอาจดำเนินการกับบัญชีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
23. การร้องเรียนหรือขอให้บริษัทตรวจสอบ
หากผู้ใช้งานเชื่อว่าเนื้อหาของตนถูกลบ บัญชีถูกจำกัด หรือถูกระงับโดยไม่ถูกต้อง สามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทาง Support ที่บริษัทกำหนดเพื่อขอให้ตรวจสอบ
บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ และจะพิจารณาตามข้อมูล หลักฐานประวัติการใช้งาน และกฎที่มีผลใช้บังคับ
การยื่นคำร้องไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะต้องคืนเนื้อหา ปลดข้อจำกัด หรือคืนสถานะบัญชีโดยอัตโนมัติ
24. การเปลี่ยนแปลง Community Guidelines
บริษัทอาจปรับปรุง Community Guidelines เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันของแอป รูปแบบการใช้งาน กฎหมาย ข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม หรือเมื่อพบรูปแบบการใช้งานในทางที่ผิดรูปแบบใหม่
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ บริษัทอาจแจ้งผ่านแอป เว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม
25. ช่องทางติดต่อและรายงานปัญหา
หากต้องการรายงานเนื้อหา การละเมิด ร้านค้าหรือสถานที่ที่ไม่ถูกต้อง หรือปัญหาเกี่ยวกับบัญชีสามารถใช้ฟังก์ชันReport / รายงานผิดภายในแอป หรือช่องทางติดต่อของบริษัทบริษัท ซีคเกอร์ซอฟต์ จำกัด
SeekerSoft Company Limited
เว็บไซต์:seekersoftthailand.com
อีเมลฝ่ายสนับสนุน:
อีเมลสำหรับรายงานการละเมิด/เนื้อหา:
Community Guidelines ฉบับนี้ควรอ่านร่วมกับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งาน (Terms of Use)และนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)ของแอป “จร”
© 2026 SeekerSoft Company Limited. All Rights Reserved.